กระบวนการหาหุ้นเติบโต??

สำหรับในการลงทุนเชิงรุก หรือ Active Investment นักลงทุนจำต้องทำการบ้านหนัก รวมทั้งจำเป็นต้องขยันกว่าผู้อื่น กรรมวิธีลงทุนอย่างงี้

พวกเราจำเป็นต้องรู้เรื่องว่า พวกเราจึงควรต่อสู้กับคนเก่งๆในตลาดค้าหุ้นที่พวกเราบางทีอาจจินตนาการไม่ออกว่า เขาเก่งแค่ไหน แล้วก็ถ้าเกิดพวกเราไม่เก่งเพียงพอ แน่ๆที่สุดว่าพวกเราจะแปลงเป็นเหยื่อ
แม้กระนั้นสำหรับผู้ที่มีความเอาจริงเอาจังแน่แน่วที่จะเดินเส้นทางสายนี้ การลงทุนในหุ้นเติบโต นับว่าเป็นอะไรที่พวกเราจำต้องทุ่มเทกาย รวมทั้งหัวใจอย่างแรงกล้า … เอาละ … ไปติดตามกันเลยครับผม
1 “ติดตามหุ้นที่ยอดจำหน่ายโต ผลกำไรทำนิวไฮ”
ถ้าเกิดพวกเราสแกนหุ้นกว่า 700 ตัวในตลาดค้า หวยหุ้น ไทย มั่นใจว่าพวกเราควรต้องเจอกับหุ้นที่ยอดจำหน่ายโต รวมทั้งผลกำไรทำนิวไฮ อย่างแน่แท้
สมมุติว่าพวกเราพบหุ้นกรุ๊ปหนึ่งที่ยอดจำหน่ายโตกว่า 10% ต่อปี แปลว่า ยอดจำหน่ายของเขาโตกว่า GDP ของประเทศ แล้วก็ผลกำไรโตกว่า 20% ถ้าหากพวกเราพบหุ้นอย่างนี้แล้วพวกเราไม่เข้าไปเจาะมองในเนื้อหา ผมมีความคิดว่าพวกเราก็ไม่เข้ากันยนักลงทุนเชิงรุก สิ่งที่พวกเราจะต้องทำก็คือ พวกเราจะต้องเข้าไปมอง “ขุดหาข้อมูล” เชิงลึก รวมทั้งหาเรื่องผลที่ยอดจำหน่ายโต ผลกำไรทำจุดสุดยอดใหม่ออกมาให้ได้ แล้วก็ค่อยมาตรวจเช็กในข้อต่อไป
2 … “มองความคงทนของยอดจำหน่าย แล้วก็ผลกำไร”
หลายทียอดจำหน่ายเติบโตมากมาย แต่ว่าโตจากการแย่งส่วนแบ่งของคู่ปรับ หรือกำเนิดการศึกราคา ถ้าเกิดเป็นอย่างงี้ยอดจำหน่ายที่เติบโตบางทีอาจไม่ยืนยง รวมทั้งผลกำไรที่ทำเป็นก็ไม่ยืนยง
ยังมีการสำรวจอีกประการก็คือ พวกเราจำต้องตัดผลกำไรพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวออกไปด้วย ผลกำไรพิเศษอาจเกิดขึ้นเนื่องจากแนวทางการขายทรัพย์สินที่ทำเป็นเพียงแค่ครั้งเดียว เมื่อพวกเราตัดทั้งหมดทุกอย่างออกไป ก็จะต้องพิเคราะห์ให้รอบด้านว่า ผลกำไรนั้นจะยืนยงนานขนาดไหน
3 … “มองว่าธุรกิจมีหนี้มากหรือเปล่า”
ถ้าธุรกิจใดที่ได้กำไรได้มากมาย แต่ว่าหนี้เขาจำนวนมากแน่ๆที่สุดว่า เงินที่ได้กำไรได้จำต้องเอาไปจ่ายและชำระหนี้สินซะก่อนอย่างแน่นอน
ธุรกิจที่ยอดจำหน่ายโต ผลกำไรโต แต่ว่าหนี้มากมาย พวกเราควรจะเอาออก ไม่เหมาะในการที่จะนำเอามาพินิจ เว้นเสียแต่ไม่มีตัวเลือกจริงๆหรือธุรกิจการค้านั้นเป็นธุรกิจที่จำต้องเติบโตด้วยหนี้สิน แล้วก็ถ้าเกิดกิจการค้าใดมีหนี้น้อย กำไรที่ทำเป็นก็ได้โอกาสที่จะตกถือมือผู้ถือหุ้นมากยิ่งกว่านั่นเองนะครับ
4 … “มองว่าธุรกิจจะเงินปันผลออกมาเท่าไร”
หนึ่งสิ่งที่จะทำให้ราคาหุ้นขยับปรับนิสัย อาจจะหนีไม่พ้น “เงินโบนัส” ถ้าเกิดธุรกิจการค้าใดมีเงินเงินปันผลออกมามากมาย ก็จะดึงดูดใจให้มีคนต้องการมาซื้อหุ้น แล้วก็ไล่ราคากัน
สูตรสำหรับคำนวณราคาหุ้นจากโบนัสอย่างคร่าวๆผมจะใช้สูตรโดยนำเงินโบนัสต่อหุ้นมาหารด้วย % เงินปันผลที่พวกเรารู้สึกว่าจะมีคนไล่ราคา
5 … “ราคาตอบรับไปหรือยัง”
ตลอดจากประการข้างต้น แม้ราคาหุ้น ณ ขณะนี้ราคาเพียงแค่ 15 หรือ 20 บาทต่อหุ้น มีความหมายว่า ราคาที่ควรเป็นในอนาคตคงจะสูงขึ้นยิ่งกว่านั้น และก็พวกเราสามารถซื้อหุ้นที่ราคาต่ำลงยิ่งกว่าสิ่งที่พวกเราคิดเพื่อเก็บเอาไว้รอคอยได้กำไร แม้กระนั้นถ้าหากสิ่งที่พวกเราคิดมันไม่ถูก ดังเช่นว่า ผลกำไรต่อหุ้นออกมาต่ำลงมากยิ่งกว่าที่พวกเราคาดมากมาย และก็ราคาหุ้นตกแทนที่จะขึ้น พวกเราก็จะต้องไตร่ตรองให้ดีว่าพวกเราน่าจะถือต่อไหม

Author: admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *